หักชิงเหลี่ยม “คดี สตง.“ รอบที่แล้วเล่นที่เผลอ รอบนี้ไม่ง่ายนะคะ อัยการพร้อม แพะจังพร้อม

หักชิงเหลี่ยม "คดีสตง" รอบที่แล้วเล่นที่เผลอ รอบนี้ไม่ง่ายนะคะ
อัยการพร้อม แพะจังพร้อม
วางเงินมาแล้วเลาจะเล่าให้ฟัง
.
จากครั้งที่แล้วที่กลุ่มวางเกมทางกฎหมายที่สวยงามพาลูกความได้ประกันตัว
ใครอยากอ่านแพะจังเขียนไว้วันที่ 22/11/68
รอบนั้นอัยการโดนเล่นทีเผลอ ทำให้ไม่ทันตั้งตัว ส่วนแพะจังโดนกันออก
เพราะไม่ได้เป็นทนายผู้เสียหายส่วนถล่ม(แพะจังดูส่วนปลอม กับใช้เอกสารปลอม)
.
หนึ่งทุ่มเมื่อวาน หลังจากแพะจังเสร็จคดี ที่กว่าจะคุยกับจบแทบตาย
เสียงโทรศัพท์จาก "อัยการ" ก็ดังขึ้น
อัยการแจ้ว่า ศาลนัดไต่สวน ขอให้มีคำสั่ง "ปล่อยตัวชั่วคราว"
.
แน่นอนว่าศาลไม่มีการบอกใดๆกับแพะจัง
แม้ว่าไม่มีการส่งหมายล่วงหน้า ไม่มีถามว่าว่างหรือเปล่า แต่เราไม่กลัว เพราะพวกเรา "พร้อม"
.
อัยการไปบี้ให้ออกหมาย เพื่อจะแจ้งให้ตัวเองมาตามนัดได้ แม้ว่าจะมีนัดแล้ว(ตัวอื่นให้คนอื่นแทน)
แต่ตัวนี้ "สำคัญ" และจะ "ไม่พลาด"
.
หลังจากการประกันตัวชุดใหญ่ออกไป อัยการเริ่มถอดบทเรียน ปัญหาคือ "การข่าว"
อัยการ กับแพะจังจึงมีการพูดคุยกันอยู่เสมอ
เพราะทั้งสองฝ่ายต่างได้ข้อมูลต่างๆจากพื้นที่ต่างกัน  เมื่อมาแลกเปลี่ยนทำให้ "สมบูรณ์"
.
ปลายเดือนธันวาคม68 แพะจังได้ข่าวว่าจะมีการ "คนสารภาพ"
เพื่อรับผิดชอบในความผิดทั้งหมด รวมถึงความตายของคนเกือบร้อยใต้"ซากตึก"
แน่นอนว่า คนนั้นไม่มีทรัพย์สินอะไรเลย ต่อให้ผู้เสียหายทั้งหมดชนะคดี ก็ "ไม่ได้ซักบาท"
.
คนกระทำผิดคนอื่นก็จะลอยตัวเพราะ "แพะ"รับหมด ทั้งแพ่งและอาญา
ที่สำคัญคดีนี้ดูเหมือนศาลจะ "ไม่รัก" โจทก์ กับโจทก์ร่วมเท่าไหร่นัก
ดังนั้นการประสานงานระหว่างศาล กับอัยการ จึงทำเพียงแค่ "จำเป็นตามกฎหมาย"
.
บางอย่างอัยการต้อง "แอ๊คชั่น"ด้วยถึงจะได้
.
เมื่อแพะจัง กับอัยการรู้ว่ามีคนสารภาพ เพื่อเป็นแพะ
พวกเราจึงเตรียมการเพื่อรับมือ และวางแผนการ เพราะรู้แล้วว่าอีกฝั่งต้องการอะไร
เมื่อพร้อมก็เหลือแต่รอ "วันลงมือ"
.
และวันนั้นก็มาถึงเมื่อเจ้าหน้าที่โทรมาที่อัยการ และก็ตามคาดว่าวันที่นัดคือ "วันศุกร์"
เนื่องจากศาลสามารถดูกระแสในวันเสาร์ และอาทิตย์ได้
และโทรมาช่วงบ่าย ตามคาดเพื่อให้อัยการเตรียมตัวไม่ทัน แต่จริงๆ คือ "เราพร้อม"
.
คำขอประกันตัวกลุ่ม"ที่ปรึกษา" โดยขอประกันตัวจำเลยที่10 และจำเลยที่14
แต่ว่ามีการเบิกตัวจำเลยที่12 เข้ามาในการไต่สวน แต่ไม่ขอประกัน
แปลว่าคนที่สารภาพคือ "จำเลยที่12"
.
เราแบ่งงานกันทำ
อัยการดำเนินการสืบในส่วน ความเสียหายหากมีการหนี และภาพรวมของคดี
โดยเจาะข้อกฎหมาย แม้ว่าจะมีการ"สารภาพปลอมลายเซ็น" แต่จำเลยที่เหลือยังถือว่า "ใช้เอกสารปลอม"
.
แพะจังดูกฎหมายอย่างเจาะลึก และถอดการให้ประกันรอบที่แล้วเป็นแนวโจมตี
1.จำนวนการทำความผิด 67 กรรม
2.ความหนักเบาคดี
3.เจาะลึกความเชื่อโยงของจำเลยในกลุ่ม
.
วันไต่สวน การเตรียมตัวที่ดี จะเปล่งประกายเป็นความมั่นใจ
เมื่อศาลลงพิจารณา "สะดุด"เล็กน้อยเมื่อเห็นแพะจัง
.
เริ่มการไต่สวนเป็นไปตามคาด "หนังสือสารภาพ"เขียนเมื่อเดือนธันวาคม68
อีกฝั่งเริ่มเดินเกม ลงประจำวันเพื่อให้ตัวเองหลุด
โดยโยนความผิดในการปลอมเอกสารทั้งหมดไปที่ จำเลยที่12
.
ความตลกขั้นเวลาคือจำเลยกลุ่มนี้ลืมบางอย่าง คือลืมบอกทนายจำลยที่สารภาพ
ทนายจึงไปคุยกับศาล เพราะไม่เห็นหัว
.
แต่เนื่องจาก ทนายไม่รู้เรื่องมาก่อนจึงไม่ได้เตรียมตัว จึงถือว่า"ไม่เกี่ยวข้อง"
จึงโดนศาล "ไล่" ออกไป
.
เมื่อการไต่สวนเริ่มขึ้น
ท่านอัยการเปิดเกมด้วยการถามในภาพรวมคดี และความเกี่ยวข้อง
เพื่อให้เห็นว่า แม้ว่าจะ"ไม่ได้ปลอม" ก็ "ใช้เอกสารปลอม"
.
โดยการเจาะไปที่หน้าที่การทำงาน และการใช้เอกสารประชุม
และเอกสารดังกล่าวส่งผล ต่อการถล่มของตึกสตง
สืบไปมาศาลเริ่มเตือนเพราะลงลึก เนื้อคดี และอาจทำให้ "คดีช้ำ" เพราะคำให้การจะเป็นส่วนหนึงของคดี
บางคำถามศาลก็ไม่ยอมบันทึก ทำให้อัยการกับแพะจังหงุดหงิดพอสมควร
.
แพะจังขึ้นสืบต่อจากอัยการ
เมื่ออัยการถามภาพรวมแพะจังจึงเจาะความสัมพันธ์ของ ร่วมค้าความรับผิดชอบ
การเบิกจ่าย ยิ่งถามยิ่งลึก แต่ศาลห้ามไม่ได้ เพราะอยู่ในกรอบ
.
แพะจังถามจำเลยทั้งสองปากจนศาลบอกจำเลยว่า "ให้การขัดกัน" และ "เข้าตัว"
ถือได้ว่าแพะจังได้ตัดจน "คดีช้ำ" ไปเยอะละ
เมื่อหมดคำถาม กับจำเลยทั้งสองปาก ใกล้เที่ยงละ คิดว่าน่าจะสืบจำเลยที่12 ที่เป็นคนสารภาพช่วงบ่าย
.
"จบการไต่สวน อ่านคำสั่งช่วงบ่าย"
พูดจบศาลลุกเดินออกไปเลย อัยการงง แพะจังงง ทนายจำเลยทั้งสองงง ญาติที่มาฟัง ก็งง😂
เดินลงมากินข้าวแบบงงๆ
.
ทำไมไม่เอามาสืบนะ
เป็นคำถามที่งงๆตลอดการเคี้ยว แต่ก็ไม่ได้อะไรจนกระทั้งอ่านคำสั่ง
.
"ยกคำขอเนื่องจากจำเลยที่12 ไม่ได้มาสารภาพต่อหน้าศาล ถือว่ารับฟังไม่ได้"
.
สรุปศาลไม่ให้จำเลยที่10 กับ14 ประกันตัว
ส่วนที่ไม่ให้จำเลยที่12มาเบิกความเพราะว่ามีโอกาสที่อัยการ กับแพะจังจะ
"ถามยับๆ" จนคดี "ช้ำมาก"
.
ซึ่งจะสงผลต่อคดีเพราะศาลเชื่อว่า โจทก์ต้องเอาไปขึ้นสืบตอนสืบพยานใหญ่แน่นอน
และจะทำให้ "จำเลยอื่น" เสียเปรียบเนื่องจากไม่มีโอกาสให้ทนายซักค้าน
จึงปิดการไต่สวน เมื่อแน่ใจว่าจะ"สั่งยก"
.
การหักชิงเหลี่ยมในรอบนี้จึงเป็นชัยชนะของ"โจทก์"
.
ช่วงนี้เริ่มว่างละ จะเอาเรื่องมาเล่าเรื่องๆนะ
เลาเล่าคุ้มตังละ
รักษาสุขภาพ เอาชีวิตรอดกันนะทุกคน บาย^^

ช่างกฎหมายมันส์-Letitbelaw
CR⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่